Main 6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง : ว่าด้วย 6 ตุลา 2519

6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง : ว่าด้วย 6 ตุลา 2519

How much do you like this book?
What’s the quality of the file?
Download the book for quality assessment
What’s the quality of the downloaded files?
ท่ามกลางวิกฤตการเมืองไทยที่ดำเนินมายาวนานเกือบหนึ่งทศวรรษนับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ถามว่าทำไมเรายังต้องอ่านเรื่องราว 6 ตุลา 2519 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานานเกือบสี่ทศวรรษแล้ว
ทำไมลืม 6 ตุลาไม่ได้ในสถานการณ์แบบนี้ ?
ในนามของสำนักพิมพ์ แม้ไม่ได้ตั้งใจจะจำ แต่เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 2553 ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้หลายคนหวนกลับไปนึกถึงความละม้ายคล้ายคลึงของมันกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ไม่ว่าในแง่ข้อกล่าวหาเรื่องล้มเจ้า การสังหารหมู่ประชาชน ผู้บริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นกลางเมืองหลวง มาตรา 112 การล่าแม่มดที่ติดตามมา ข้อเสนอเรื่องการนิรโทษกรรม คำถามว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครสั่งการ ใครบ้างมีส่วนเกี่ยวข้องในแผนสมคบคิดที่นำไปสู่การสังหารหมู่ที่ราชประสงค์ อาชญากรรมรัฐที่โจ่งแจ้งขนาดนี้ มีหลักฐานมากมายขนาดนี้ เหตุใดจึงไม่มีใครต้องรับโทษ ?
คำถามที่คล้ายกันจนดูหลอกหลอนนี่เองทำให้หลายคนนึกถึง 6 ตุลาขึ้นมาอีก ทำให้หลายคนพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า “ตาสว่าง” โดยเชื่อมโยงการสังหารหมู่ 2 ครั้งที่ห่างกัน 30 กว่าปีเข้าด้วยกัน แน่นอนว่าทั้งสองเหตุการณ์มีเงื่อนไขปัจจัยและบริบทที่ต่างกันลิบลับ กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนักก็คือ ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นภายใต้ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
เหตุการณ์ 6 ตุลาเป็นบทเรียนประวัตศาสตร์ครั้งสำคัญที่ชี้ชัดว่า ใครเป็นใคร และอะไรเป็นอะไรในสังคมการเมืองไทย ทว่าผ่านไปเกือบครบ 40 ปี กล่าวได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้จัก 6 ตุลา ทำไมจึงยากเย็นนักที่จะจดจำเหตุการณ์ 6 ตุลา หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนครั้งอื่นๆ เช่น การลุกฮือในปี 2516 และพฤษภา 2535 ธงชัยเสนอว่า เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ขัดฝืนกับประวัติศาสตร์แห่งชาติของคนไทย การจดจำรำลึกจึงกระทบความเชื่ออย่างรุนแรง
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2538 ธงชัยได้เขียน “จดหมายถึงเพื่อนๆ โดมรวมใจและมิตรสหายเก่าๆ ทั้งหลาย” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์จัดงาน 20 ปี 6 ตุลา ในยุคสมัยที่ 6 ตุลายังคงเป็น “ความเงียบ” ในสังคมไทย ธงชัยเสนอว่า เหตุที่ 6 ตุลายังคงจำไม่ลงเนื่องจากสังคมไทยยังคงยึดติดกับเรื่องเล่าแบบฉบับว่าสังคมไทยเป็นเสมือนหมู่บ้านขนาดใหญ่ ผู้คนรู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัย รู้รักสามัคคี ยังมองว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องผิดปกติที่ไม่ดี และทางแก้ไขคือการอาศัยพ่อบ้านที่เป็นธรรมมาช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาต่างๆ ให้ ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไป 20 ปี ความเชื่อเช่นนี้ยังคงดำรงอยู่ คณะรัฐประหารแทบทุกชุดรวมถึง คสช. จึงประสบความสำเร็จในการใช้วาทกรรมความสามัคคีปรองดองมาเป็นข้ออ้างในการขึ้นสู่อำนาจอยู่เรื่อยไป
กระนั้นก็ตาม เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 (และน่าจะเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 2553 ด้วย) ขัดฝืนกับประวัติศาสตร์แห่งชาติมากกว่าอีกสองเหตุการณ์ในปี 2516 และ 2535 ในแง่ที่ว่ามันจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของประชาชน อีกทั้งสถาบันสำคัญอาจเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมหมู่รวมทั้งความรุนแรงหลังจากนั้น และขบวนการนักศึกษาฝ่ายซ้ายหลังจากพ่ายแพ้ในเมืองแล้ว ยังพ่ายแพ้ซ้ำสองจากความผิดหวังและการล่มสลายของ พคท. ในเวลาต่อมา ความทรงจำต่อเหตุการณ์จึงจำต้องกดข่มอยู่ในความเงียบงันที่ทั้งผู้กระทำและเหยื่อต่างกระอักกระอ่วนที่จะพูดถึง จนกลายเป็นสิ่งที่ธงชัยเรียกในบทที่ 1 ของหนังสือเล่มนี้ว่า “ประวัติศาสตร์บาดแผล”
ต่อมาในบทที่ 2 ผู้อ่านจะได้เห็นว่าคนเดือนตุลาร่วมกันต่อสู้อย่างไรเพื่อทลายความเงียบงัน เยียวยาบาดแผลร่วมของคนทั้งรุ่น และเผชิญหน้ากับประเด็นอาชญากรรมรัฐด้วยการบอกเล่าเรื่องราวในที่สาธารณะเป็นครั้งแรกผ่านขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อจัดงานรำลึก 6 ตุลา ในปี 2539 ภายใต้เพดานข้อจำกัดที่จะไม่พูดถึงสิ่งที่พูดไม่ได้
นอกจากนี้ ในบทที่ 3 ธงชัยยังได้ทำการสัมภาษณ์และวิเคราะห์ความเงียบของฝ่ายขวา ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปราว 20 ปีกลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องเงียบเสียเอง เพราะวาทกรรมแวดล้อม 6 ตุลา ซึ่งส่งผลต่อการให้ความหมายของเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากแล้ว ด้วยเหตุที่ธงชัยเป็นผู้สัมภาษณ์ฝ่ายขวาเหล่านั้นด้วยตนเอง ผลลัพธ์ที่ได้ตลอดจนบทวิเคราะห์ของเขาจึงซับซ้อนน่าสนใจยิ่ง แม้ว่าเราคงต้องการงานศึกษาวิจัยในรายละเอียดและวิธีวิทยาที่แตกต่างไปจากนี้อีกมากก็ตาม
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันหวังว่าหนังสือรวมบทความ 6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง เล่มนี้จะมีส่วนช่วยในการขยับเพดานการพูดถึงสิ่งที่พูดไม่ได้ แต่จำเป็นต้องพูดถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเปลี่ยน (ไม่) ผ่าน ที่กำลังเป็นอยู่นี้ เพื่อว่า 6 ตุลาจะได้เป็นบทเรียนสำคัญ เป็นเครื่องชี้ทิศทางให้กับสังคมไทยที่จะเปิดกว้างต่อการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างสุดขั้ว การจัดการความขัดแย้งโดยหลีกเลี่ยงการยั่วยุให้ใช้ความรุนแรงเข้าทำร้ายทำลายกัน เป็นสังคมที่นิยมการแสวงหาความจริง และที่สำคัญคือเป็นสังคมที่ยึดหลักความยุติธรรมเสมอหน้า ที่จะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดและรัฐอาชญากรไม่ว่าจะอยู่ใน “ชั้น” ไหนของสังคมลอยนวลไม่ต้องรับโทษ
Year:
2019
Edition:
1
Publisher:
ฟ้าเดียวกัน
Language:
thai
ISBN 10:
6167667403
ISBN 13:
9786167667409
File:
PDF, 42.82 MB
IPFS:
CID , CID Blake2b
thai, 2019
Conversion to is in progress
Conversion to is failed

Begin your journey into the world of knowledge! Check out the Preview and access other features

Most frequently terms